<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 18:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.ฮึ่มเตรียมตรวจเข้มผักผลไม้ ทั้งจำหน่ายและนำเข้า ถ้ามีสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐานกำหนดเจอโทษทั้งปรับ ทั้งจำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
3 ก.พ.63- กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำรจำหน่ายผักผลไม้นำเข้า และโครงการผักร่วมใจ ณ ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี เพื่อสร้ำงความมั่นใจในการบริโภคผักผลไม้ที่จำหน่ายในประเทศ โดย นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรเกษตรและสหกรณ์ และ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา &amp;nbsp;ได้มีการบูรณาการร่วมกันในกำกับดูแลผักและผลไม้ที่จำหหน่ายในประเทศ และการเฝ้าระวังสารพิษตกค้างตลอดห่วงโซ่ครอบคลุมตั้งแต่การปลูก การคัดบรรจุ กำรจำหน่าย การบริโภค ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในเรื่องการปลูก ที่ผ่านมาพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่สามารถปฏิบัติตาม ระบบจัดการคุณภาพ (Good Agriculture Practices : GAP) พืช ซึ่งจะมีเกณฑ์ที่ควบคุมดูแลการใช้สารเคมีทำการเกษตรอย่างเข้มงวด แต่อาจมีเกษตรกรบางราย &amp;nbsp;ที่พบการใช้สารเคมีไม่ถูกต้องอยู่บ้าง โดยกรมวิชาการเกษตร ได้แจ้งผลการตรวจพบสารเคมีทำการเกษตรที่เกินมาตรฐานให้เกษตรกรทราบเพื่อน นำไปปรับปรุงและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา มายังกรมวิขาการเกษตร &amp;nbsp;หากตรวจพบปัญหากรมวิชาการเกษตรจะพิจารณาให้พักใช้ใบรับรองแหล่งผลิตพืช แต่หากเป็นแปลงใหม่ที่มีผลการตรวจประเมินไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนด กรมวิชาการเกษตรจะไม่ออกใบรับรอง GAP ให้เกษตรกรรำยนั้น หรือหากตรวจพบวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ซึ่งเป็นสารเคมีที่ห้ามนำเข้า ส่งออก &amp;nbsp;หรือมีไว้ในครอบครอง จะสั่งเพิกถอนใบรับรอง และสารวัตรเกษตรจะติดตามตรวจสอบร้านค้า จำหน่ายสารเคมีทางการเกษตรในพื้นที่ หากพบการกระทำผิดจะแจ้งเรื่องส่งฟ้องดำเนินคดีค่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ. ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวเพิ่มเติมว่า อย. ได้ออกคำชี้แจงมาตรการเฝ้าระวังผักและผลไม้ที่อาจมีสารพิษตกค้างทางการเกษตร ทั้งที่ ผ่านการนำเข้า สถานที่ คัดบรรจุ รวมทั้งสถานที่จำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค โดยมาตรการดังกล่าวจะดำเนินการรตรวจสอบสารพิษตกค้างทางการเกษตร และการแสดงฉลาก ของผักและผลไม้ ณ ด่านอาหารและยา &amp;nbsp;สถานที่คัดและบรรจุและสถานที่จำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงกระบวนการคัดและบรรจุ ณ สถานที่คัดและบรรจุทั่วประเทศ อีกด้วย ซึ่ง อย. ได้ชี้แจงกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน ได้แก่ เครือข่ายยเกษตรกร ผู้ประกอบการคัดและบรรจุ ผู้นำเข้า ส่งออก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ผู้ค้าส่งและผู้ค้าปลีก ทราบเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 28 มกราคม &amp;nbsp;2563 ที่ผ่านมา หากตรวจพบสารพิษตกค้างในผักและผลไม้เกินค่ามาตรฐาน จะมีโทษปรับสูงสุด 50,000 บำท แต่หากมีปริมาณสารพิษตกค้างในปริมาณที่เป็นอันตราย ต่อสุขภาพจะมีโทษจำคุกสูงสุด 2ปี หรือปรับสูงสุด 20,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ ประชาชน สามารถเลือกซื้อผัก ผลไม้โดยดูจาก QR Code &amp;nbsp;ที่ฉลากได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56180</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นพ.ไพศาล ดันคุ้ม, มนัญญา  ไทยเศรษฐ์, สารเคมีเกษตรตกค้างในผัก ผลไม้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e3803d1aab38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2019 20:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2019 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน-มนัญญา&#039;ชี้ไม่ใช่การลงมติ  ยังคงมติเดิมแบน 3 สารพิษ 1 ธ.ค.-จี้&#039;สุริยะ&#039;เคลียร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย. 62 - ที่รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึ&amp;nbsp;มติคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่ขยายเวลา แบน 2 สารเคมีออกไป และอนุญาตให้ใช้ไกลโฟเซต ว่า ต้องรอให้นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว. อุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการวัตถุอันตราย เป็นผู้แถลงอย่างเป็นทางการ แต่จากการได้รับรายงานจาก 2 คณะกรรมการที่เป็นตัวแทนกระทรวงสาธารณสุข คือ เลขาธิการอย. และอธิบดีกรมวิทยาศาสต์การแพทย์ ได้มารายงานกับตนที่สภาฯว่ายังไม่มีการลงมติใดๆ ซึ่งเราต้องดูว่ามติเดิม ในวันที่ 22 ต.ค. ที่ระบุให้แบนทั้ง 3 สารเคมี ในวันที่ 1 ธ.ค. ว่าจะยังมีผลอยู่หรือไม่ และการประชุมดังกล่าวได้มีการยกเลิกมตินี้ไปหรือยัง เพราะถือเป็นมติที่ขัดแย้งกัน ซึ่งในการประชุมวันนี้ตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุขได้มารายงานว่ากรมวิชาการเกษตร ไม่มีมาตรการป้องกันใดๆ ไปรายงานต่อที่ประชุมในวันนี้ ดังนั้นนายสุริยะ จึงลงนามไม่ได้ &amp;nbsp;ซึ่งเราต้องดูว่ามีแทคติกอะไรหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะตอบคำถามเรื่องนี้อย่างไร เนื่องจากก่อนหน้านี้นายกฯ มีความเห็นว่าอยากให้แบน &amp;nbsp;3 สารเคมี นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ใช่หน้าที่ตน แต่ตนก็ได้ให้นโยบายแก่ตัวแทนกับกระทรวงสาธารณสุข และเขาก็ยืนยันว่าให้คงมติแบน 3 สารเคมี ในวันที่ 22 ต.ค. และยืนยันว่าไม่ให้มีการประชุมลับ ซึ่งถือเป็นการยืนยันจุดยืนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า นายสุริยะ อ้างว่าเป็นมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนก็ยังงอยู่ เพราะตัวแทนกระทรวงสาธารณสุขทั้ง 2 คนก็ยังยืนยันมติเดิม และขอยืนยันว่ากระทรวงสาธารณสุขได้ยืนยันจุดยืนแล้วคือการแบน 3 สารเคมี แต่ต้องยอมรับว่าคนอื่นไปโหวตเป็นอย่างอื่นตนก็ไม่สามารถไปทำอะไรได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าการขยายการแบน 3 สารเคมี มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง เป็นการมองคนละมิติ แต่สงสัยว่ากรมวิชาการเกษตร มีเวลาตั้งนานแต่ไม่ยอมหามาตรการรองรับเข้าที่ประชุมในวันนี้ ซึ่งต้องหามาตรการใหม่ที่จะต้องดำเนินการต่อไป ยืนยันว่าไม่ใช่ความขัดแย้งทางการเมือง รวมถึงไม่ใช่การหักหน้าพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากเป็นการทำงาน ซึ่งมีความเห็นต่างได้ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่มติเอกฉันท์ &amp;nbsp;ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลก็จะมีการนัดอาหารกันไม่มีอะไร ไม่ต้องเคลียร์ใจ หลังจากนี้กระทรวงสาธารณสุขก็มีหน้าที่เผยแพร่ความรู้ ถึงอันตรายของ 3 สารเคมี รวมถึงเตรียมงบประมาณ เพื่อรองรับคนที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า อย่านำเรื่องนี้มาเป็นประเด็นการเมือง แต่ให้เป็นเรื่องสุขภาพของประชาชน เพราะตน น.ส. มนัญญา และพรรคภูมิใจไทย ต่อสู้ในมิติการรักษาสุขภาพและชีวิตของประชาชน ไม่มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเมืองทั้งสิ้น อย่างเช่นตนเวลามีอะไรที่กระทบสุขภาพประชาชนแม้นิดเดียว แม้จะเกี่ยวกับเศรษฐกิจขนาดไหนตนก็แลกด้วยไม่ได้ เพราะชีวิตคนมีค่ามากกว่าและตีค่าเป็นเงินไม่ได้ ดังนั้นเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นจึงเป็นเรื่องต่างคนต่างทำหน้าที่ กระทรวงสาธารณสุขมองในแง่สุขภาพ กระทรวงอุตสาหกรรมมองในแง่ของธุรกิจ &amp;nbsp;ส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ก็มองในแง่พืชผลการเกษตร ถึงต้องมีคณะกรรมการ ดังนั้นผลออกมาเช่นไรเราก็ต้องยอมรับ ไม่ตีโพยตีพายเพราะเราได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์กล่าวถึงการคืนกรมวิชาการเกษตร หรือไม่ ว่าถ้าอยากจะเอากรมที่เราชอบ ขอเป็นกรมชลประทาน และเอาวิชาการเกษตรคืนไปเพราะเรากำกับดูแลไม่ได้ และคนที่คิดว่ากำกับและสั่งการได้ก็เอาไปดูแลเลย เพราะผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่ในกระทรวงเกษตรฯ อยู่แล้ว เพราะตอนนี้กรมชลถูกทอดทิ้งชาวนาไม่มีน้ำใช้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มนัญญา กล่าวว่า ยืนยันว่าการประชุมวันนี้ไม่ได้มีการโหวต ยังเป็นมติเดิมของวันที่ 22 ต.ค. &amp;nbsp;เพาะการประชุมครั้งนี้ไม่มีการสอบถามไม่มีการลงมติเปลี่ยนแปลงผลการประชุม จึงอยากถามว่าเขามาจากประชาธิปไตยหรือไม่ &amp;nbsp;ซึ่งขณะนี้ไม่ใช่เผด็จการ ส่วนตนจะเดินหน้าอย่างไรก็ขอให้ไปถามคณะกรรมการที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด ถ้าจะเดินหน้าต่อไป สุดท้ายก็ต้องขึ้นอยู่ที่ประชาชน ว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51268</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมวิชาการเกษตร, พรรคภูมิใจไทย, มนัญญา  ไทยเศรษฐ์, สามสารพิษ, อนุทิน ชาญวีรกูล, แบนสารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191127/image_big_5dde7c6ad596e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มนัญญา&#039;รอฟังมติคกก.วัตถุอันตรายพรุ่งนี้ ลั่น!หากลบล้างมติเดิมต้องมีเหตุผลหนักแน่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย.62- &amp;nbsp; น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงข้อสรุปเรื่องการแบน 3 สารพิษ​ ที่ล่าสุดมีกลุ่มเกษตรกรออกมาคัดค้านว่า ขอให้รอมติที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันที่​27​ พ.ย.ก่อนแล้วจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ การที่มีม็อบคัดค้านการแบนสารพิษ มากดดันแบบนี้จะมีผลต่อการประชุมของคณะกรรมการฯหรือไม่ น.ส.มนัญญา กล่าวว่า &amp;nbsp;สำหรับตนเองไม่มีผล เพราะทุกอย่างต้องดำเนินการไปตามกฎหมายและตามมติของคณะกรรมการฯที่มีออกมาก่อนหน้านี้ ซึ่งอยู่ที่คณะกรรมการฯจะเดินหน้าไปแบบไหนมากกว่า และเรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ก็ต้องให้หลายฝ่ายเป็นผู้ตัดสินดู ตอนนี้เรายื่นสุดมือแล้ว จากนี้ขอให้เป็นเรื่องของทางคณะกรรมการฯที่จะตัดสินว่าจะออกมาเป็นแบบไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ได้คุยกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯในเรื่องนี้บ้างหรือไม่ เพราะไม่เห็นด้วยกับการแบน 3 สารพิษนี้เหมือนกัน น.ส.มนัญญา กล่าวว่า วันนี้ก็เจอ แต่ไม่เห็นพูดอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่ามีแนวโน้มที่จะทำตามที่กลุ่มม็อบออกมาเรียกร้องหรือไม่ รมช.เกษตรฯตอบว่า หลังจากวันที่​ 27​ พ.ย.แล้ว เราจะมาประชุมกันอีกครั้งว่าจะมีแนวทางออกมาแบบไหน แต่ความจริง การลด ละ เลิก​ เป็นนโยบายของนายกฯอยู่แล้วที่ต้องการจะลด ละ เลิก การใช้สารเคมีในประเทศไทยให้น้อยลง ซึ่งเราทำตามนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว ไม่ได้ทำอะไรแตกต่างเลย และเรื่องนี้ความจริงไม่ได้เกิดในสมัยนี้ แต่เกิดมานานแล้ว และเรามาสานต่อให้เป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากจะมีการเปลี่ยนแปลงมติครั้งแรก ในครั้งที่สองมันก็ต้องมีความหนักแน่นว่ามีเหตุผลอะไรที่จะไปลบล้างคำสั่งหรือมติครั้งแรกได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่าการที่มติคณะกรรมการฯให้เลิกใช้สารเคมีเหล่านี้ แล้วมีสารอะไรที่จะมาทดแทนหรือยัง น.ส.มนัญญา ตอบว่า หากพูดถึงสารเคมีในประเทศไทยมีมาอยู่แล้ว แต่ที่จะนำเข้ามาเพื่อมาทดแทน 3 สารเคมีเหล่านี้ไม่มีแน่นอน ซึ่งในส่วนของสหกรณ์อาจจะมีการปรับเปลี่ยนมาเป็นเครื่องจักรแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามถึงการทำประชาพิจารณ์คนส่วนใหญ่ 70 กว่าเปอร์เซ็นที่ไม่อยากให้มีการแบน 3 สารพิษ น.ส.มนัญญา กล่าวว่า ประชาพิจารณ์นี้ ตนไม่ทราบว่าไปเอามาจากไหน &amp;nbsp;มีคำสั่งมาหรือไม่ ทุกอย่างต้องมีลายลักษณ์อักษร และเราไม่เห็นว่า ที่ให้มาทำนั้น กลับมาทำอะไร ไม่ได้บอกว่าให้มาทำประชาพิจารณ์หรือให้กลับมาทำอะไร ตรงนี้เราไม่เห็นจึงไม่สามารถตอบได้ คำว่าประชาพิจารณ์มันต้องดูว่าจริงๆ แล้วช่องทางที่เกษตรกรจะเข้าถึงจริงๆ อยู่ตรงไหน เพราะทุกคนจะต้องเข้าถึงได้ในทุกช่องทาง ไม่ใช่กลุ่มหนึ่งกลุ่มใดและต้องประชาพิจารณ์ไปทุกจังหวัด เพราะเกษตรกรอยู่ทั่วประเทศไทย ต้องดูจากเปอร์เซ็นด้วยว่าได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ ส่วนตัวยอมรับกับมติของคณะกรรมการฯที่จะออกมาในวันที่​ 27​ พ.ย.หรือไม่ น.ส.มนัญญา กล่าวว่า ขอเก็บเป็นความลับไว้วันที่​ 27​ พ.ย.ก็แล้วกัน แต่มีอยู่ในใจแล้วทุกอย่าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า​ ส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้น่าจะมีอะไรซ่อนเร้น ถึงได้มีการเสนอให้มีการยืดมติออกไปอีก 6 เดือน หรือให้มีการทบทวนมติใหม่ รมช.เกษตรฯตอบว่า มันอาจจะมีอะไรก็ได้ ซึ่งเราไม่สามารถจะรู้ได้ว่าจะมีอะไรต่อไป &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามคิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรกับรัฐบาลโดยรวม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51143</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารพิษเกษตร, มนัญญา  ไทยเศรษฐ์, รมช.เกษตรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191126/image_big_5ddcd85a47ee1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2019 16:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2019 16:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่ามายัดเยียดคนไทย!&#039;มนัญญา&#039;โต้เดือดสหรัฐค้านแบนสารพิษ&#039;ไกลโฟเซต&#039;  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
25 ต.ค 62 - น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;ลงพื้นที่จ.อุทัยธานี เพื่อประชุมทุกหน่วยงานขับเคลื่อนนโยบายเกษตรปลอดภัย ภายหลังแบน3สารเคมี และจะผลักดันให้อุทัยธานีเป็นเมืองเกษตรปลอดภัย โดยมีประชาชน เกษตรกร หน่วยงานต่างๆมาให้กำลังใจในการต่อสู้พื่อสุขภาพที่ปลอดภัยของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มนัญญา กล่าวว่าการยกเลิกการใช้สารเคมีอันตราย3สาร เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลไทยที่ต้องการปกป้องสุขภาพคนไทย &amp;nbsp;ซึ่งกระทรวงเกษตรฯเตรียมทำหนังสือชี้แจงสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ในเร็วๆนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้รมช.เกษตรฯระบุว่า การยกเลิกสารพิษเพื่อให้ไทยที่เป็นครัวของโลกมีอาหารปลอดภัยจริง ไม่ต้องกังวลว่าสิ่งที่ทานเข้าไปมีสารพิษหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดิฉันชูโมเดล &amp;ldquo;เมืองหลวงเกษตรปลอดภัยอุทัยธานี&amp;rdquo;ซึ่งเป็นจังหวัดบ้านเกิดดิฉัน เพื่อให้เป็นจังหวัดต้นแบบและขยายผลไปทุกจังหวัดแบบเครือข่ายใยแมลงมุม ในการส่งเสริมปลูกพืชอินทรีย์ &amp;nbsp;ผักปลอดภัย ทำเกษตรปลอดภัย คนที่มาเที่ยวจังหวัดนี้จะได้กินน้ำ อาหาร อากาศ ปลอดภัย ซึ่งประชาชนทุกคนต้องการ &amp;nbsp;สหรัฐฯควรมาถามคนไทยทุกคนว่าต้องการอะไร ไม่ใช่จะมายัดเยียดให้ใช้สารอะไรต่ออะไร ที่จริงประเทศไทยจะพยายามแบน3สารมาหลายปีแล้ว &amp;nbsp;ไม่มีใครคิดว่าจะแบนได้ แต่มีใครถาม หรือมีใครทราบไหมว่ากว่าที่ดิฉันจะสามารถแบน3สารนี้ได้ ดิฉันต้องเจอต้องต่อสู้กับอะไรมาบ้าง เพื่อคนไทย วันนี้จึงแปลกใจที่มีคนต้านไม่ให้เลิกใช้สารพิษ&amp;rdquo;น.ส.มนัญญา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรฯกล่าวว่าในการแบน3สาร เป็นเรื่องกฏหมายของแต่ละประเทศ ซึ่งคงไม่ตอบโต้มากกว่านี้ ส่วนกระทบเรื่องการค้าหรือไม่ เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะดูแลแก้ไขกันต่อไป อย่าคาดการณ์ล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าเป็นการแทรกแซงการทำงานของรัฐบาลไทยหรือไม่ รมช.เกษตรฯกล่าวว่าจะแทรกแซงหรือไม่นั้นขอให้เป็นท่าทีของรัฐบาลต่อรัฐบาล เพราะเราทำในฐานะหน้าที่ของเราที่ทำได้ และต้องทำ ขณะนี้เรามุ่งรักษาสุขภาพและชีวิตของคนไทย หากสารเคมี มีแต่เรื่องดีๆทำไมกว่า50ประเทศจึงยกเลิกการใช้ รวมทั้งเกษตรกรไทย เตรียมพร้อม ลด ละ เลิก มา3ปีแล้ว ดังนั้นสหรัฐฯต้องไปถาม ประเทศเวียด ขณะนี้ห้ามใช้สารเคมีแล้วกระทบการค้าระหว่างสองประเทศหรือไม่ &amp;nbsp;ซึ่งปริมาณส่งออกสินค้าเกษตรจากเวียดนามไปสหรัฐฯ มีปริมาณมากกว่าประเทศไทย มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มนัญญา กล่าวว่าจะมีการบูรณาการทุกหน่วยงาน เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ เชื่อมโยงตลาดโรงพยาบาลอาหารปลอดภัยทุกอำเภอ โครงการอาหารปลอดภัยในโรงเรียน ร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยในจังหวัด พัฒนาเป็นร้านจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัย หรือกรีนช็อป การสร้างและพัฒนาตลาดเพื่อให้เกิด ซูเปอร์สหกรณ์ในทุกจังหวัดขึ้น ทั้งนี้สินค้าเกษตรปลอดภัยได้มีการส่งเสริมให้สหกรณ์การเกษตรในจังหวัดเป็นแหล่งรวบรวมผลผลิต จากทุกอำเภอ เชื่อมโยงกับกลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแปลงใหญ่และเกษตรกรในพื้นที่แปลงคทช.เป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยและอินทรีย์ สร้างร้านค้าจำหน่ายสารชีวภันฑ์ หรือ กรีนช็อป ในท้องถิ่น โดยปลายทางสินค้าปลอดภัยเหล่านี้เชื่อมโยงกับตลาดและเพิ่มช่องทางการจำหน่ายไปทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรฯกล่าวว่า การลุกมาต้านเพราะทุกภาคส่วนต่างๆเห็นด้วย ประชาชนก็ลุกขึ้นมาไม่เอา3สารด้วย ไม่ใช่การที่ตนนึกมโนเอง ทุกหน่วยงานมีเหตุผลประจักษ์ถึงพิษภัยจากสารเคมี จริงๆประเทศไทยมีการส่งออกมากมาย จึงได้นำจ.อุทัยธานี เป็นจังหวัดแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมช.เกษตรฯกล่าวด้วยว่ามีการตั้งโต๊ะล่าชื่อผู้ไม่เห็นด้วยกับการแบนที่ร้านขายเคมีเกษตร เพื่อนำชื่อมายื่นศาลปกครอง เชลล์ขายยา ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อเกษตรกร &amp;nbsp;ถามว่าหน่วยงานที่เป็นต้นทาง ไปไหน &amp;nbsp;ส่วนเกษตรกรไปฟ้องร้องศาลปกครอง ถามว่าใครล่ารายชื่อ ใครไปร้อง ใช่เกษตรกรหรือไม่ ขอให้เกษตรกรที่มีปัญหามาหา ไม่ใช่เอาเซลล์ขายยาไปขึ้นศาล จะสั่งให้กรมวิชาการเกษตร ไปตรวจสอบร้ายขายยา ที่จ.จันทบุรี จ.ตราด ทำไมตั้งโต๊ะล่ารายชื่อ เป็นร้านที่มีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมามีที่ไหนต้องใช้เงินหลวงเป็น100ล้านบาท เพื่ออบรมการใช้ยาพิษ ซึ่งที่จ.อุทัยธานี เกษตรกรมารับการอบรมใช้สารเคมี 400คน ถอนตัวไป100กว่าคน พอเปิดอบรมใช้ชีวภาพ เกษตรอินทรีย์ มาอบรมกว่า2หมื่นคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการดูแลเกษตรกรได้ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำรวจสหกรณ์การเกษตร800แห่ง เพื่อมีมาตรการสนับสนุนปรับเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรกล กำจัดวัชพืช ช่วยเหลือเกษตรกรให้เร็วที่สุด โดยจะเสนอเร่งด่วนขอใช้งบกลาง เสนอนายกรัฐมนตรี อุดหนุนสหกรณ์การเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่าได้เตรียมเกษตรกร สหกรณ์ ผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย สนับสนุนเรื่องเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ กรมได้เตรียมเงินทุนให้สหกรณ์กู้ร้อยละ1 ปล่อยให้สมาชิก กู้ไปทำแหล่งน้ำ ปรับปรุงการผลิต ทางกรมหาตลาดที่จะส่งออกจากจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ก่อนหน้าที่จะยกยกเลิก3สาร กรมส่งทีมงานไปเตรียมพร้อมทุกจังหวัดเพื่อดูว่าสหกรณ์ต้องการช่วยเหลือสมาชิกอย่างไร โดยกรมได้เตรียมเสนอ รมช.เกษตรฯว่าจะทำโครงการช่วยเหลือสมาชิกโดยการสนับสนุนเครื่องจักรกลให้สหกรณ์ ไปบริการเกษตรกร ลดต้นทุนถูกลง ในการกำจัดศัตรูพืช &amp;nbsp; อ้อย ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ยางพารา &amp;nbsp;ซึ่งพบว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลังต้องมีการปรับดิน &amp;nbsp;ซึ่งมาตรการนี้ได้เสนอรมช.เกษตรฯเห็นชอบนำเสนอครม.โดยเร็ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48862</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, มนัญญา  ไทยเศรษฐ์, สหรัฐสารพิษ, สารพิษอันตราย, เกษตรกร, แบน3สารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191025/image_big_5db2c282daa41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2019 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2019 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว!&#039;อนุทิน&#039;ประกาศลั่น&#039;รมต.&#039;ภูมิใจไทยจะลาออกทันที หากกรรมการวัตถุอันตรายโหวตสวนแนวทางพรรค!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค 62 - ที่โรงแรมศิวา​รอยัล​จังหวัด​พัทลุง​นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงข่าวร่วมกับ 7 รัฐมนตรีพร้อมยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยมีจุดยืนไม่เอาสารพิษทางการเกษตรแน่นอน เพราะไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน ทั้งเรื่องสุขภาพและการดำรงชีวิต &amp;nbsp;ดังนั้น นโยบายที่รัฐมนตรีในสังกัดพรรครับผิดชอบคือ ไม่เอาสารพิษ และคณะกรรมการวัตถุอันตรายส่วนหนึ่ง ก็จะขอให้ลงมติเรื่องดังกล่าวโดยเปิดเผย แต่ยืนยันว่า ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขไม่สามารถรับนโยบายสนับสนุนการใช้สารพิษในการเกษตรได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับในส่วนของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ไม่สนับสนุนการใช้สารพิษ แต่ไม่ขอวิเคราะห์ว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายทั้ง 27 คนจะมีมติในแนวทางใด และภูมิใจไทยไม่ได้ปะทะกับใคร การตัดสินใจนั้นก็ตัดสินใจบนประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก ไม่มีอะไรต้องกังวลหรือต้องชะงัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ระบุว่า หากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแบน3สารเคมีไม่สำเร็จก็ควรลาออกไปซะ นายอนุทิน ตอบว่า หากมติของคณะกรรมการฯสวนไม่ทำตามมติ แนวทาง ของรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยที่กำกับ ก็พร้อมแสดงสปิริตลาออกเพราะเท่ากับว่า เราไม่มีความสามารถในการปกครองให้คนเหล่านั้น ปฏิบัติตามมติหัวหน้าส่วนราชการ &amp;nbsp; ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ไปศึกษา ซึ่งนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ตั้งคณะศึกษาแล้ว ก็มติชัดเจน 9 ต่อ 0 ไม่เอาสารพิษ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวก็ได้ถามกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมว่า เรื่องสารพิษเป็นอย่างไร ได้รับคำยืนยันว่า ไม่เอาด้วย ก็เท่ากับว่า มั่นใจว่ามีผู้เห็นด้วย ส่วนกังวลหรือไม่ที่ต้องปะทะกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ นายอนุทินย้ำว่า ไม่ได้ปะทะกับใคร คณะรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ทำงานปกติของข้าราชการประจำ ตัดสินใจบนผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นหลัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าที่นายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์จุฬาฯและนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ออกมาให้ความเห็นว่านายอนุทินขาดความรู้ความสามารถเรื่องสารพิษทำให้ถูกหลอกใช้นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร ตนเองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารสุข สุขภาพของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ไม่ให้ประชาชนล้มป่วยจากการใช้สิ่งที่ไม่ถูกต้อง ตนเป็นฝ่ายบริหาร ไม่ใช่นักวิชาการ และการตัดสินใจของตนไม่ใช้อารมณ์ส่วนตัว แต่เราตัดสินใจในฐานะที่เป็น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ฝ่ายบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงหนึ่งของการแถลงข่าว นายอนุทิน แต่ความเป็นห่วงนางสาวมนัญญา ว่าดังที่สุดในตอนนี้ ที่เพิ่งหายจากการอาการป่วย เครียด ความดันขึ้น เพราะความดันทุรังที่จะขจัดสารพิษอันตรายออกจากประเทศไทยให้ได้ ทำงานด้วยความเครียด ท่ามกลางความกดดัน แต่ก็ดึงสายน้ำเกลือออกมาลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวอีกว่า การทำงานของรัฐมนตรีทุกคนผ่านมา 4 เดือน ไม่ติดขัด แต่เป็นห่วงสุขภาพของรัฐมนตรี เพราะนางสาวมนัญญาป่วยไปแล้ว 1 คน เดี๋ยวหมอหนูจะตรวจสุขภาพแล้วจ่ายยาให้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47878</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารพิษ, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, มนัญญา  ไทยเศรษฐ์, อนุทิน ชาญวีรกูล, แบนสารพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191012/image_big_5da15260c2afe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2019 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2019 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มนัญญา&#039; เดินหน้าแบนสารพิษ ลุย บ.เอกชน ตรวจสต็อกก่อนพบพิรุธอื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.62 - น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยนายฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ ประธานคณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทผู้ผลิต นำเข้า และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารเคมีกำจัดศัตรูพืช คือ พาราควอต ไกลโฟเซต ทั้ง 2 แห่ง ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน&amp;nbsp;โดยแห่งแรกคือ บริษัท ไทยเฮอบิไซด์ จำกัด ตั้งอยู่ใน นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ ได้มีการจดทะเบียนเป็นผู้ผลิต นำเข้า และจำหน่าย ซึ่งมีข้อมูลของปี 2561 นำเข้าพาราควอต 5.8 แสน กิโลกรัม&amp;nbsp;ส่วนปี 2562 ไม่มีตัวเลขแจ้งการนำเข้าแต่อย่างใด เมื่อขอตรวจดูสต๊อกสินค้า พบว่ามีสารพาราควอต อยู่ 300,000 กิโลกรัม โดยผู้จัดการอ้างว่าเป็นการซื้อมาจากบริษัทอื่น ส่วนปี 2562 ได้มีการนำเข้าไกลโฟเซต 500,000 กิโลกรัม ปัจจุบันเหลืออยู่ในสต๊อก 2.7 แสน กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท ป.เคมีเทค จำกัด ที่ตั้งอยู่ ถนนสิรินธร กล่าวว่า แม้จะอยู่ในเครือเดียวกันกับ บ.ไทยเฮอบิไซด์ จำกัด แต่จดทะเบียนเป็นผู้จำหน่ายสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ภายใต้ตราสินค้าเดียวกันเท่านั้น ซึ่งมีการส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ไม่มีสต๊อกสารเคมีดังกล่าว แต่มีการนำสารเคมีเกษตรจากบริษัทแรกส่งออก โดยการดำเนินการส่งออกเหมือนนำเข้าคือไม่ต้องเสียภาษี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.มนัญญา ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การดำเนินการดังกล่าวที่บริษัทหนึ่งมีสินค้า แต่กลับไม่ดำเนินการเป็นผู้ส่งออก ขณะที่อีกบริษัทหนึ่งไม่มีสินค้า แต่เป็นผู้ดำเนินการส่งออก ข้อมูลต่างๆที่ได้เหล่านี้ จะต้องนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดว่า ทั้งบริษัทและหน่วยงานที่อนุญาต คือกรมวิชาการเกษตรดำเนินการตามระเบียบ ตามกฎหมายหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังเห็นว่าการส่งออกเป็นรายได้ของบริษัทผู้ค้าสารเคมี แต่ไม่ได้มีการเสียภาษี คงจะต้องมีการทบทวน และเสนอจัดเก็บภาษีการส่งออกสารเคมี เพื่อนำมาเป็นกองทุนส่งเสริมเกษตรกร ลดใช้สารเคมี ทำเกษตรอินทรีย์ แต่อาจจะยังไม่ครอบคลุมเรื่องแนวทางการเก็บภาษีนำเข้าสารเคมีเกษตร &amp;nbsp;เพราะจำเป็นที่จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ และรอบด้านต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่านายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่าอยากให้มีการยกเลิก แต่ไม่ได้ชี้ชัดถึงระยะเวลาว่าจะยกเลิกให้ได้ภายในสิ้นปี 2562 &amp;nbsp;เพราะต้องขึ้นอยู่กับคณะกรรมการวัตถุอันตราย&amp;nbsp;น.ส.มนัญญา กล่าวว่า รัฐมนตรีฯก็ตอบแบบผู้ใหญ่ที่คิดแบบรอบด้าน สำหรับตนเองที่มีหน้าที่กำกับดูแลหน่วยงานที่รับผิดชอบ เรื่องนี้ก็ต้องเดินหน้าต่อไปให้บรรลุเป้าหมายภายในสิ้นปี 2562 ตามที่ได้ประกาศไว้ แต่การจะไปให้ถึงตรงนั้น ข้อมูลต้องพร้อมครบถ้วนทุกด้านด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคมจะมีการรวบรวมข้อมูลทั้งหมด รวมถึงข้อมูลที่ได้ลงพื้นที่เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการทั้ง 4 ฝ่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47213</URL_LINK>
                <HASHTAG>3สารเคมีเกษตร, มนัญญา  ไทยเศรษฐ์, รมช.เกษตรฯ, แบนสารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191003/image_big_5d9566321dd50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มนัญญา&#039;ลั่น!มาถึงขั้นนี้แล้ว ยืนยันห้ามใช้สารเคมีอันตราย​ 3 ชนิดในภาคเกษตร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ย.62- &amp;nbsp;น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​ ถึงความชัดเจนการยกเลิกใช้สารเคมีอันตราย​ 3 ชนิดในภาคเกษตร ว่าต้องขอเวลา​ เพราะมีเอกสารอีกหลายตัวต้องตรวจสอบ ยังมีส่วนที่ขัดแย้งกันอยู่ แต่ยืนยันว่ายังห้ามใช้เหมือนเดิม​เพราะเราเดินมาถึงขนาดนี้แล้ว เรื่องนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ชี้แจงไปแล้วว่าการใช้สารเคมีส่งผลให้มีคนเจ็บและเสียชีวิต​ ถ้ายืนยังจะใช้อยู่ก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร ทั้งนี้​ ในวันเดียวกัน​ (24​ ก.ย.)​ จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วจะแจ้งข้อมูลที่มีความคืบหน้าให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ได้หารือเรื่องนี้กับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;เพื่อมาเป็นคนกลางในการแก้ปัญหากับข้าราชการที่ไม่ให้ความร่วมมือแล้วหรือยัง นางมนัญญา กล่าวว่า ยังไม่ได้หารือ แต่นายเฉลิมชัย คงรู้เรื่องแล้ว ซึ่งการทำงานของเราได้แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบแต่ละกรมกันแล้วว่าใครจะดูแลอะไร โดยนายเฉลิมชัย ให้ตนดูแลในส่วนนี้​ เมื่อได้รับมอบหมายแล้วก็ต้องดูแลในส่วนที่รับผิดชอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46462</URL_LINK>
                <HASHTAG>มนัญญา  ไทยเศรษฐ์, ยกเลิกสารเคมี3ชนิด, รมช.กระทรวงเกษตรฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190924/image_big_5d897aa895f53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
